
At Kuala Lumpur
นี่เป็นครั้งแรก ที่ยัยอากินะขึ้นเวทีขาอ่อน
และก็เป็นครั้งแรกของหม่ามี๊เหมือนกัน
ที่เอาแมวไปประกวดต่างประเทศ (โอ๊ย..ตื่นเต้น)
งานประกวดต้นเดือน ก.ค. มีเวลาเตรียมตัวเดือนกว่าๆ
เพิ่งรู้ว่าการไปประกวดเมืองนอก มันช่างยุ่งยากจังเลย
เริ่มตั้งแต่สมัครล่วงหน้าเกือบ 2 เดือน พาแมวไปฝังไมโครชิพ
ทำวัคซีนตามที่กำหนด จองโรงแรม จองตั๋วเครื่องบิน
และสุดท้ายทำ Import Permit เพื่อขออนุญาตนำเข้า
ไมโครชิพ : บัตรประจำตัวอิเลคทรอนิคส์ เค้าฝังกันที่ต้นคอ หมอบอกว่าเม็ดเท่าเม็ดข้าวสาร ไม่เจ็บร๊อก เรื่องประติ๋ว เอ่อ...เท่าเม็ดข้าวสารเหรอคะ (มันประติ๋วตรงไหน) หม่ามี๊คิด โฮ๊ย...เข็มฉีดยาเล็กๆ จิ้มไปยังเจ็บเลยง่า ขอดูเข็มหน่อยได้มั้ยคะหมอ
โอ้ ... My god หมอแน่ใจนะคะว่าใช้เข็มอันนั้นจิงๆ นั่นมันใหญ่กว่าเข็มฉีดควายอีกนะคะ (ไม่ได้พูดออกมาหรอก แค่คิดในใจ กลัวโดนหมอตื้บเอาง่ะ)
ยังไม่ได้ฝัง ชิพ รอทำใจอีกหน่อยนะ
นึกถึงอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมแล้ว ช่างเหมือนกับย้ายบ้านเจงๆ 

เมื่อวานหม่ามี๊ไปสำเพ็งมา ซื้อผ้าจะมาเย็บผ้าม่านคลุมกรง
ผ้าม่านอะไรเหรอ ทำไมต้องมีผ้าม่าน
อืม หม่ามี๊ก็คิดเหมือนกัน เลยโทรถามคุณเพื่อนที่เคยไปงานนี้
เอ๊ะ : ผ้าม่านเราไม่เอาได้ไหมเนี่ย กรงเราไม่ต้องสวยหรอก
เพื่อน : เฮ้ย..ไม่ได้ให้กรงสวย แต่แมวแกจะได้รู้สึกปลอดภัย
เวลาอยู่นอกสถานที่ไง แล้วเวลาแกไปกินข้าว ก็ปิดม่านลงมา
แกจะได้ไม่ต้องมาคอยเฝ้าตลอดไง
เออ... เด๋วตูไปซื้อผ้าที่สำเพ็งละกัน เฮ่อ...เพื่อลูก - -"
แบบม่านคลุมกรงที่เราเสิร์จดูในเน็ต




ที่มา : catshowcurtains
แบบช่างอลังการ งานสร้างเจงๆ
หม่ามี๊จะทำได้มั้ยเนี่ย - -"
จิงๆ แล้วคนที่ทำหลักๆ คงไม่ใช่หม่ามี๊ น่าจะเป็นท่านแม่มากกว่า
ถ้ามี๊ทำคนเดียว คงไม่สำเร็จแน่แท้ 5555
ถ้าทำสำเร็จ จะเอามาให้ดูกัน แต่คงไม่งดงามขนาดนี้หรอก
เอาน่ายัยกิ๊ง... เค้าบอกว่าแค่ให้แมวรู้สึกอุ่นใจ นี่นา เหอๆๆๆ
-----------------------------
3มิ.ย. 49 พาลูกไปฝังไมโครชิพแล้วจ้า อ่านต่อได้ที่นี่เลย "Microchip"