ไม่ได้เขียน blog ซะนาน ตั้งใจว่าถ้าแม่ลูกสาวตัวดี (ยัยอากินะ) คลอดเจ้าตัวเล็กแล้ว เราจะไล่ตัวขี้เกียจออกจากตัว แล้วมาเขียนเรื่องเจ้าตัวน้อยๆ ที่เราเฝ้ารอมา 2 เดือนกว่า เรามีหลานแล้ว ลูกครอกแรกของอากินะ
เมื่อถึงกำหนดคลอด ยัยกิ๊งมีอาการผุดลุกผุดนั่ง ร้องและหอบเป็นระยะๆ ตั้งแต่เช้าของวันที่ 3 พ.ย. จนตกเย็นกิ๊งก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเบ่งคลอดเลย หมอบอกว่าในแมวบางตัวที่ไม่ค่อยออกกำลังกายและน้ำหนักค่อนข้างมากอาจจะไม่มีอาการเบ่งคลอดก็ได้ ถ้าคลอดไม่ออกก็จำเป็นต้องผ่า หมออยากจะให้ผ่าตั้งแต่ตอนเย็นนี้เลย แต่ก็แล้วแต่เราอยากจะลองรอดูก็ได้
เราบอกหมอ "หนูรอดีกว่าค่ะ อยากให้คลอดธรรมชาติ ไม่อยากให้เจ็บตัว"
แล้วก็จริงอย่างที่หมอคิด ยัยกิ๊งไม่สามารถคลอดลูกได้ กิ๊งเริ่มหายใจหอบถี่ๆ แต่จนแล้วจนรอด กิ๊งก็ไม่มีอาการเบ่งสักที ตี 3 ลูกแมวเคลื่อนตัวลงมาคาปากช่องคลอด และคาอยู่อย่างนั้น นาน....มาก....จนกระทั่งตี 3.30 ถุงหุ้มตัวลูกแมวแตก ตอนนั้นคลีนิกสัตว์เจ้าประจำปิดไปแล้ว เหลือแต่ รพ.สัตว์แห่งนึงที่เปิดตลอด 24 ชม. ซึ่งเรามีประสบการณ์ที่ไม่ดีหลายๆ ครั้ง ทั้งจากการผ่าคลอดและการรักษาอื่นๆ ของรพ.สัตว์แห่งนั้น พ่อบอกว่า อย่าเสี่ยงเลยดีกว่า ถ้าเจ้าตัวเล็กจะไม่รอด อย่างน้อยก็ขอให้แม่มันปลอดภัย เราจึงรอจนถึงเช้าแล้วพาไปหาหมอประจำตัว
เช้าวันที่ 4 พ.ย. 49ที่ร้านหมอ อากินะสลบอยู่บนโต๊ะผ่าตัด ตอนนั้นเราทำใจแล้วว่าหลานคงจะไม่รอด เพราะถุงหุ้มตัวแตกนานแล้ว เวลาไม่นานหมอผ่าเอาลูกแมวออกมา 2 ตัว ตังนึงปกติดีส่วนอีกตัวดูคอพับคออ่อน กระตุ้นอยู่นานเจ้าตัวเล็กไม่หายใจหม่ามี๊ปลง อืม เค้าคงอยู่ระหว่างคลอดนานเกินไป โป่งแตก อาจจะสำลักน้ำคร่ำก็เป็นได้ หมอพยายามกระตุ้นหัวใจและช่วยให้หายใจ .....แล้วปาฏิหารก็มีจริง หม่ามี๊ก็ได้ยินเสียงลูกแมวร้องหม่ามี๊รีบวิ่งไปดู เห็นหน้าเจ้าตัวเล็กหอบเบาๆ โอย..ช่างมหัศจรรย์ (หม่ามี๊ดีใจจนแทบจะร้องไห้)
หลานเป็นเด็กผู้หญิงทั้งคู่ หน้าตาบ้องแบ๊วสีอ่อนๆ สบายตา หม่ามี๊ตั้งชื่อว่าน้องริสะ กับน้องซากิ


เจ้าตัวเล็กดูท่าทางมึนๆ นิดหน่อย อาจจะด้วยฤทธิ์ยาสลบที่แม่ได้รับ วันแรกอากินะยังไม่ยอมเลี้ยงลูก คงเพราะเจ็บแผลและงงๆ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นแม่แล้ว (แน่สิหลับไปตื่นมามีลูกเลย ก็คงงงกันบ้าง)หม่ามี๊เลี้ยงเจ้าตัวเล็กด้วยนม KMR (นมกระป๋องสำหรับแมว)
โชคดีที่วันที่ 2 กิ๊งเริ่มยอมรับลูก ซากิจังกินเก่งมากๆ กินทั้งนมแม่และนมกระป๋องที่หม่ามี๊เสริมให้ ส่วนรี่จังกินแต่นมชงอย่างเดียวเลย ไม่ยอมกินนมแม่หม่ามี๊กังวลเล็กน้อย ลูกสัตว์ที่ไม่กินนมแม่มักจะไม่แข็งแรง แต่ไม่เป็นไร ยังไงหม่ามี๊ก็จะดูแลพวกหนูให้ดีที่สุด หม่ามี๊กับแม่ผลักเวรกันขึ้นมาป้อนนมให้หลานทุก 2 ชม. ไม่ว่าจะดึกขนาดไหนเที่ยงคืน, ตี2, ตี 4 เหนื่อยนะ แต่เห็นหน้าเจ้าตัวเล็กก็ชื่นใจ เหนื่อยแค่นี้หม่ามี๊ทนได้

รี่ไปนอนซบแม่แต่ไม่ยอมดูดเล้ย ไอ้กิกินอิ่ม หลับไปแล้ว


.....
4 วันผ่านไป ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี รี่จังน้ำหนักน้อยกว่าซากิจังพอสมควร เราคิด อืม...ธรรมดาแหละ ไอ้กิมันกินยังก่ะเครื่องสูบน้ำ ไม่เป็นไรตัวเล็กตัวใหญ่ ขอให้แข็งแรงก็พอ ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็น รี่หายใจหอบๆ และสั่นเล็กน้อย หม่ามี๊ใช้ไฟ 60 วัตต์เปิดให้ความอบอุ่นกับเจ้าตัวเล็ก พอเปิดไปแล้ว เบบี๋ดูสบายขึ้น
จากนั้นเราขอแม่ออกไปดูหนัง แม่บอกจะเลี้ยงช่วงหัวค่ำให้ เรารับปากกับแม่ว่าเราจะกลับมาเลี้ยงเบบี๋มื้อเที่ยงคืนเอง หนังเข้า 3 ทุ่มครึ่ง คงจะจบประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง (เราคิด) ทันถมเถ บ้านเราอยู่ห่างจากโรงหนังแค่ 3 ป้ายรถเมล์เอง ....แต่....หนังค่อนข้างยาว หนังจบ....ดูเวลา...แม่เจ้า!!!เที่ยงคืนแล้ว....เรารีบบึ่งรถกลับบ้าน
24.30 น. กลับมาป้อนลูกเลทไปครึ่งชม. คงไม่เป็นอะไรหรอกเนอะ (ปลอบใจตัวเอง) ซากิจังกินนมตามปกติ แต่รี่จังแทบไม่ยอมกินเลย เอ..หรือว่าแม่มาป้อนให้เพราะว่าเรามาเลทหว่า เราไปปลุกแม่ถามว่าป้อนนมลูกหรือเปล่า แม่บอกว่าเปล่าเลย ...แปลกมาก ปกติเมื่อถึงเวลานม ตัวเล็กมักจะหิวและกระตือรือล้นที่จะกิน เราสังเกตุถึงความผิดปกติ เจ้าตัวเล็กหายใจเร็วและถี่ เจ้าตัวเล็กสั่นอีกแล้ว "กิ๊งมานี่ มานอนกกลูกเราซิ น้องเค้าหนาว" เราอุ้มยัยกิ๊งเข้าตะกร้า แม่มันก็มาเลียลูกนอนกกลูกอย่างว่าง่าย เราเปิดไฟช่วยให้ห้องอุ่นขึ้น พ่อปลอบใจ เอาเหอะลูก อะไรมันจะเกิดมันก็ต้องเกิด.... คืนวันนั้นหม่ามี๊นอนไม่หลับเลย ลุกขึ้นมาดูเจ้าตัวเล็กตลอดทั้งคืน หม่ามี๊เผลอหลับไปตอนเช้ามืด
9 พ.ย. 49 นาฬิกาปลุกตอนเช้า หม่ามี๊รีบลุกขึ้นไปดูตัวเล็กในห้องแมว รี่นอนหลับดูท่าทางสบาย "อืม..คงไม่เป็นไรมั้ง ดูดีขึ้นแล้ว" (หม่ามี๊คิดในใจ) วันนี้หม่ามี๊ไปทำงานด้วยความกังวล
9.00 น.โทรกลับบ้านหาแม่
หม่ามี๊ : แม่ไอ้รี่เป็นไงบ้าง
แม่ : ท่าทางจะแย่ ไม่กินเลย อืม...เท่านี้ละกัน..เดี๋ยวแม่จะไปดูต่อ
12.00 น. โทรศัพท์จากแม่ เราใจคอไม่ดีตั้งแต่ยังไม่รับโทรศัพท์
แม่ : เอ๊ะ ตัวเล็กไปสบายแล้วนะ
หม่ามี๊ : ......................
หม่ามี๊พูดอะไรไม่ออก ได้แต่ตอบรับว่า อือ เบาๆ แล้ววางโทรศัพท์ไป
ไม่คิดว่าเรื่องแรกที่เขียน blog หลังจากหยุดไปนานจะเป็นเรื่องเศร้าๆ แบบนี้
คิดไปต่างๆ นานา ทำไมนะ เพราะอะไร เพราะว่าหนูไม่ได้กินนมแม่จึงอ่อนแอ หรือว่าอากาศเย็นเกินไป หรือว่าเมื่อคืนนี้หม่ามี๊กลับมาช้า หนูขาดอาหารนานเกินไปจนร่างกายขาดกลูโคสหรือเปล่า .... ในขณะที่ลูกกำลังหิว หม่ามี๊กลับไปเที่ยวเล่นดูหนัง ไปเที่ยวสนุก ในขณะที่ลูกกำลังทรมาน หม่ามี๊กลับนอนหลับได้ลง....
หม่ามี๊ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หม่ามี๊ขอโทษที่หม่ามี๊ทิ้งหนูไม่สนใจหนูในขณะที่หนูต้องการคนดูแล
ไม่มีปาฏิหารครั้งที่ 2 แมวมี 9 ชีวิต เจ้าตัวเล็กเพิ่งใช้ไปชีวิตเดียวเอง แล้วอีก 8 ชีวิตล่ะ ...ไม่มีหรือ... ถ้าขอได้ หม่ามี๊อยากจะขออีกครั้งเดียวเท่านั้น อีก 1 ชีวิตเท่านั้น...แต่มันเป็นไปไม่ได้ หนูจากหม่ามี๊ไปแล้ว
ตอนนี้สิ่งที่หม่ามี๊ทำได้ คือพยายามเลี้ยงซากิจังให้ดีที่สุด ขอให้ซากิแข็งแรงและโตวันโตคืน
ริสะตัวน้อยหลับให้สบายนะ.....

ริสะวันแรกเกิด

ริสะอายุ 3 วัน

ริสะกับแม่