พฤ. 29 มี.ค. (ท้อง65 วัน) :
ยัยอากินะครบกำหนดคลอดตั้งแต่วันพฤหัสที่ 29 หม่ามี๊ลางาน 2 วัน เพื่อเฝ้าลูก
ศ. 30 มี.ค. (66 วัน) :
ยัยกิ๊งไม่มี sign ว่าจะคลอดเลย หม่ามี๊พาอากินะไปหาหมอ ปรึกษาหมอบอกว่าสามารถรอไปได้อีก 5 วัน ให้ครบ 70 วัน แล้วค่อยว่ากัน ระหว่างนี้หมอให้ไปตรวจอัลตร้าซาวด์ ดูว่าลูกในท้องยังมีชีวิตอยู่ดีไหม เห็นหัวใจดวงน้อยเต้นตุ้บๆ ดูแข็งแรงดี
ส. 31 มี.ค. (67 วัน) :
อากินะยังคงกินและเล่นตามปกติ ไม่มีการเก็บตัวเตรียมตัวคลอดเลย
อา. 1 เม.ย. (68 วัน) :
หม่ามี๊ไปงานประกวดแมว แม่ของหม่ามี๊อยู่เฝ้าลูกแทน แม่โทรมาบอกว่ามีอาการนิดๆ แล้วมีเมือกๆ ออกมาแม่คิดว่าอีกซักพักคงน้ำเดิน (คงจะในวันนี้หรือพรุ่งนี้แหละ)
จ. 2 เม.ย. (69 วัน) :
วันนี้อากินะก็ยังคงเดินอย่างสบายใจไม่มีน้ำเมือกอะไรออกมาอีกออกมาเมื่อวานแค่นิดเดียว แล้วก็หายไปหม่ามี๊ไม่สบายใจมากๆ ลุ้นมากว่าลูกสาวจะคลอดภายใน 2 วันนี้ไหม ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกว่าอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ลูกแมวยิ่งอยู่ในท้องแม่นาน ตัวก็จะยิ่งใหญ่ขึ้น ก็จะมีปัญหาตามมาว่า แล้วมันจะผ่านกระดูกเชิงกรานของแม่ได้ไหม (นั่นเป็นสิ่งที่กังวลในตอนนั้น) แต่เนื่องจากอากินะเป็นแมวที่ตัวค่อนข้างใหญ่ เราจึงคิดว่า น่าจะ ok น่ะ
อ. 3 เม.ย. (70 วัน) :
ครบ 70 วันแล้ว วันนี้ยังไงก็ต้องคลอด
18.00น. : หม่ามี๊พาลูกไปหาหมอแถวบ้าน ตั้งใจว่าจะพาไปผ่า อยู่ที่ร้านหมอแม่ลูกสาวดันมีอาการน้ำเดินขึ้นมาซะงั้น เราปรึกษาหมอว่าเราควรจะทำยังไง ควรจะผ่าไปเลยหรือว่ารอดี
19.30 น. : อากิจังเริ่มมีอาการหอบถี่ๆ (เหมือนแม่แมวทั่วไปที่จะคลอด)ขณะนั้นเป็นเวลา 19.30 น.หมอจะปิด 3 ทุ่ม หมอบอกว่าแล้วแต่เราว่าจะตัดสินใจยังไงจะรอให้คลอดเอง หรือจะผ่าเราขอดูอาการก่อน ตอนนั้นรู้สึกกดดันมาก แมวมีอาการที่จะคลอดเอง แต่ใช้เวลาเท่าไหร่ไม่แน่นอน ขึ้นกับตัวแมวแต่ละตัว เราอยากให้คลอดตามธรรมชาติ อยากรอให้ถึงที่สุด ถ้าคลอดไม่ได้แล้วค่อยผ่า แต่ร้านหมอปิด 3 ทุ่ม หมายความว่า ถ้าเราเอาแม่ลูกสาวกลับไปคลอดที่บ้าน ถ้ามันคลอดไม่ออก เราจะไม่มีหมอแล้ว
20.00 น. : เราโทรหาเพื่อนเราคนนึงที่เป็นสัตวแพทย์ ร้านเพื่อนก็ปิด 3 ทุ่มเหมือนกัน และอยู่ไกลมาก เล่าอาการให้ฟัง เพื่อนบอกว่าอยากให้ดูก่อน ระหว่างนี้ก็อยากดูว่านอกจากเรื่องที่แม่แมวจะเบ่งหรือไม่เบ่งคลอด หมออยากดูว่าขนาดลูกแมวจะสามารถผ่านเชิงกรานแม่ได้หรือเปล่า และจะมีปัญหาอะไรอีกบ้าง เราเลยบอกว่างั้นเราไปหาหมอแล้วกันนะ (ไกลเราก็จะไป) ถ้าคลอดปกติได้ ก็แล้วไป หมอนอนดึกหน่อยได้มั้ย หมอตกลง
20.45 น. : ไปถึงร้านหมอ หมอให้อากินะเอ็กซเรย์ ลูกแมวค่อนข้างตัวใหญ่ พอดีตอนนั้นเลือดที่ไหลออกมาจากช่องคลอดของอากิจังสีไม่ค่อยดีนัก หมอจึงตัดสินใจผ่า

สภาพของอากินะ สลบไสลไม่ได้สติ

หมอเอาน้องมิ้วเข้ากล่องเพื่อให้อ๊อกซิเจน
21.30 น. : เจ้าตัวเล็กออกมาแล้ว ได้ลูกโทนตัวเมียสีขาวล้วนเหมือนแม่ หมอผู้หญิงอีกคน (ผู้ช่วย) ออกมาบอกว่าลูกแมวหายใจไม่ปกตินะ รกลอกตั้งแต่อยู่ในท้องแล้วและตอนออกมาเค้าไม่หายใจ ตอนนี้หมอปั๊มหัวใจขึ้นมา และให้นอนอยู่ในกล่องให้อ๊อกซิเจน หมอบอกว่า เราต้องรอพักใหญ่ๆ เพื่อให้การหายใจของลูกแมวเป็นปกติก่อน เราเข้าไปดูเห็นเจ้าตัวเล็กนอนแน่นิ่ง อาการดูไม่สู้ดีนัก
23.00 น. :หมอเรียกเราเดินเข้าไปดู เจ้าตัวเล็กขยับพลิกซ้ายพลิกขวาดูแข็งแรงขึ้นมาก หมอพยยามทำให้ร้อง แต่เจ้าตัวเล็กไม่ร้อง แต่ก็ดูแข็งแรงและปกติดีเหมือนลูกแมวแรกเกิดทั่วไป เมื่อทุกอย่างดูปกติดีแล้ว ราวๆ 5 ทุ่มเศษ เราจึงพาเจ้าตัวเล็กและแม่มันกลับบ้าน
24.00 น. : ที่บ้านเจ้าตัวเล็กมีอาการหงอยๆ ไปอีก แม่ช่วยนวดกระตุ้นหัวใจ และเอากระเป๋าน้ำร้อนมารองใต้ที่นอนให้ความอบอุ่น เจ้าตัวเล็กดูกระตือรือล้นขึ้นมากินนมแม่ ทุกคนที่บ้านสบายใจขึ้นเมื่อเห็นแบบนั้น หม่ามี๊ตั้งชื่อเล่นๆ ให้เบบี๋ว่า "น้องมิ้ว" 24.15 น. เห็นน้องมิ้วดูดีขึ้นแล้วเราจึงไปอาบน้ำ
24.30 น. : อาบน้ำเสร็จ เราลงมาดูลูกอีกรอบ แม่กับพ่อก็ยังนั่งเฝ้าอยู่ น้องมิ้วดูไม่ค่อยดีอีกแล้ว เราโทรหาหมอเล่าอาการที่เห็นให้หมอฟัง หมอบอกให้พากลับไปหาหมออีกรอบ คืนนี้คงจะต้องอยู่ที่ร้านหมอก่อน เรารีบเอารถออก ขับรถเป็นพายุ
--- ไปถึงร้านหมอกี่โมงจำไม่ได้ หมอรีบมาดูอาการแล้วพูดเสียงเรียบๆ ว่า"เค้าหยุดหายใจแล้วเอ๊ะ"
หมอพยายามปั๊มหัวใจ ให้น้องมิ๊วอยู่ในกล่องอบอ๊อกซิเจนเอายาอะไรไม่รู้ขาวๆ ใสๆ ฉีดให้ (เราคิดเองว่าเป็นยากระตุ้นหัวใจ) ระหว่างนั้นหมอทั้งเป่าปาก นวดหัวใจ
ผ่านไปพักใหญ่ๆ เลย ราวๆ 20 นาทีได้ หมอก็ส่ายหน้า "เราเสียใจด้วยนะเอ๊ะ"
1.30 น : เราพาน้องมิ้วกลับบ้าน


2.00 น. : นั่งดูหน้าเจ้าตัวเล็ก ตอนนี้น้องมิ้วหลับอยู่ น้องมิ้วแค่หลับไปเท่านั้นใช่ไหมลูก
หลับให้สบายนะไอ้ตัวเล็ก
)