วันที่ข้าวตูไปสวรรค์ก็พยายามคิดถึงสาเหตุต่างๆ
ว่ามันจะมาจากอะไรได้บ้าง
อาการก่อนหน้านั้นมีเพียงแค่ถ่ายเหลวครั้งเดียวเท่านั้น
ตอนนี้พอจะทราบสาเหตุที่ค่อนข้างจะแน่ชัดแล้ว
จึงนำมาเขียนลงบล็อกเพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่เลี้ยงแมวท่านอื่นๆ ค่ะ
...
สาเหตุการตายของน้องข้าวตู
...
น้องข้าวตู ตอนอายุ 3 อาทิตย์
เช้าตอนตี 4 หม่ามี๊พบข้าวนอนไม่หายใจ มีกองอาเจียนอยู่ข้างๆ ตัว
ปริมาณใหญ่กว่าเหรียญ 10 เล็กน้อย คงจะอ๊อกออกมาก่อนที่จากไป
หม่ามี๊เช็ดอ้วกของข้าวโดยที่ตอนแรกไม่ทันได้คิดอะไร
ลักษณะของที่ข้าวอ้วกออกมา เป็นสารข้นๆ สีขาวปนเทา
ในปากของข้าว มีสารแบบเดียวกันติดอยู่บ้าง ซึ่งตอนนั้นคิดว่าเป็นนม
หลังเสร็จการฝังน้องข้าวแล้ว หม่ามี๊ก็นั่งคิดทบทวนสิ่งต่างๆ
เจ้าสารสีขาวเทาๆนั่น ลักษณะมันเหมือนทรายอนามัยเวลาที่โดนน้ำเลยนี่นา
หม่ามี๊เดินไปเปิดถุงใส่อ้วก (ยังเก็บไว้อยู่) นั่งมองสารที่ว่า ยิ่งมอง ยิ่งเหมือนทรายเปียกน้ำ
เพียงแต่มันจะเหลวกว่าเท่านั้นเอง
เดินไปห้องแมว ตักทรายอนามัยใส่ถ้วย

ทรายแมวใหม่ๆ หน้าตามันเป็นแบบนี้

เมื่อเปียกน้ำ ทรายจะจับตัวกัน

เพิ่มน้ำเข้าไปอีกแช่ทิ้งไว้ 1 ชม. จะกลายเป็นโคลน
ลักษณะทรายแช่น้ำทิ้งไว้นานๆ มันคล้ายอ้วกของข้าวตูเลย !!!
แต่หม่ามี๊ก็ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่ เพราะอ้วกของข้าวใสกว่านี้ หม่ามี๊จึงโทรหาหมอ
เล่าให้หมอฟังถึงลักษณะอ้วกของข้าวตู หมอสันนิฐานว่าเป็นไปได้ว่าจะเป็นสารชนิดเดียวกัน
ข้าวคงจะกินทรายเข้าไป !!!
หมอบอกว่า เจ้าตัวเล็กอายุ 3 อาทิตย์ ฟันเริ่มขึ้นมันคงจะคันเหงือกของมัน
คงจะหาอะไรแทะ หรืองับอะไรไปเรื่อย แล้วพอเจอทรายก็คงจะงับๆ แล้วกลืนเข้าไป
..
มาทำความรู้จักทรายแมวกัน
ทรายแมว มี 2 ชนิด
1. ชนิดไม่จับตัว : ประเภทนี้จะเป็นสารดูดซับกลิ่นค่ะ บางชนิดมีอายุการใช้งานพอถึงเวลาก็ทิ้งไป บางชนิดสามารถนำมาผึ่งแดดล้างได้
- ทรายที่ทำจากซิลิก้าเจลจะดูดความชื้นและกลิ่นไว้ มีอายุการใช้งาน 1 เดือน แล้วก็เททิ้งไป
- ชนิดที่ล้างได้ ประเภทนี้จะประหยัดทราย เพราะนำกลับมาใช้ใหม่ได้หลายครั้ง แต่ไม่ประหยัดน้ำค่ะ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่า ไอ้ค่าน้ำที่นำมาล้างตกลงมันจะแพงกว่าทรายรึเปล่า![]()
2. จับตัวเป็นก้อน : สามารถจับตัวเป็นก้อนเมื่อโดนของเหลว จะจับตัวเป็นก้อนแข็งเมื่อแมวปัสสาวะ ทำให้ตักทิ้งได้ง่ายพร้อมกับอึแมว
อันนี้ยืมรูปจากบล็อกอื่นมานะคะ Credit : คุณลูกหมูยอเจ้าทรายชนิดจับตัวเป็นก้อนนี้ได้รับความนิยมใช้กันแพร่หลายทั่วไป เพราะง่ายต่อการเก็บ
จัดการปัญหาเรื่องกลิ่นที่ต้นเหตุคือตักทิ้งไปเลยเดี๋ยวนี้มีทรายอนามัยที่ทำจาก "ข้าวสาลี" ซึ่งจะมีความปลอดภัยมากกว่า
ข้อดี คือ เมื่อสัตว์เลี้ยงกินเข้าไปก็จะไม่มีอันตราย สามารถทิ้งลงโถส้วมได้โดยไม่อุดตัน
ข้อเสีย คือ น้ำหนักเบามาก เมื่อสัตว์เลี้ยงคุ้ยกลบทราย จะมีทรายที่กระเด็นออกนอกกระบะในปริมาณค่อนข้างเยอะ
และที่สำคัญคือราคาแพงมาก ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจจะสู้ราคากันไม่ไหว (ถุงเล็กราคาเกือบครึ่งพัน ถุงใหญ่ราคา 1200)![]()
อันตรายจากทรายอนามัย !!!
ทรายแมวที่มีใช้กันอยู่ในท้องตลาดนั้นส่วนใหญ่จะทำมาจากดินเหนียว
โดยทรายจะมีลักษณะเป็นสีเทา ๆ คล้ายดินเหนียวแห้ง ๆ นั่นแหละตัวดีค่ะ
ทั้งแบบจับตัวเป็นก้อนแข็ง และชนิดไม่จับตัวเป็นก้อนอันตรายที่ว่านั้นอยู่ตรงที่มันอาจมีโอกาสที่สัตว์เลี้ยงของเรานั้นกินเข้าไปได้
ทั้งจากการที่ติดเท้าหรือซอกนิ้วของสัตว์เลี้ยง และเลียกินเข้าไป หรือจะจากการคันเหงือกแบบน้องข้าวตูก็ตามทรายแมวเหล่านี้จะไปจับตัวเป็นก้อนเหนียว ๆ ในลำไส้ของสัตว์เลี้ยง
หากกินในปริมาณมาก ๆ อาจเสียชีวิตได้ เพราะจะเข้าไปอมน้ำและจับตัวเป็นก้อนอุดตันในระบบลำไส้
- ในแมวโต หากรู้ว่ามีการสะสมของทรายในลำไส้ วิธีการรักษาก็ผ่าตัดสถานเดียวเลยค่ะ
ถ้ารู้ช้า ก็อาจจะสายเกินไปเช่นกัน
- ส่วนในแมวเด็กได้รับเข้าไปปริมาณเล็กน้อยก็อาจถึงแก่ชีวิตได้
![]()
ดิฉันนั่งคิดอยู่หลายวัน จึงเขียนเรื่อง "อันตรายจากทรายแมว" ขึ้นมา
เพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนเลี้ยงแมว
จะได้ระวังไม่ให้เกิดอันตรายกับสิ่งมีชีวิตน้อยๆ ของเราในลูกแมวเล็ก เราควรจะตั้งกระบะทรายให้ห่างจากที่อยู่ที่นอนของเค้า
เหมือนกับที่เก็บของอันตรายให้ไกลเด็กนั่นแหละค่ะ...
หากบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับชีวิตสัตว์โลก
ขออุทิศส่วนบุญทั้งหมดเพื่อให้น้องข้าวตูได้เกิดในภพที่ดีสุดท้ายนี้ขอให้น้องข้าวตูหลับให้สบาย
หากมีโอกาสขอให้มาเกิดเป็นลูกของหม่ามี๊อีกนะ

แล้วกันจ้าเพื่อสานต่อเจตนารมณ์
*มองอ้ายสองตัวข้างนอก ขุดดินในสนามหญ้าทำธุระต่อไปเถอะเนอะ*