เอ็นทรี่นี้เกิดขึ้นมาได้เพราะหม่ามี๊ต้องส่งลูกบุญธรรมของหม่ามี๊
ไปอยู่กับคุณแม่ใหม่ที่ต่างจังหวัด
- น้องปอย (โอเด้ง) เจ้าตัวเล็กหน้าด่าง ไปขอนแก่น
- ลุงวี่ลุง ลูกชายอาร์ทตัวพ่อ และเด็กดำทั้ง 2 มิดไนท์ & จูเนียร์ (สาเก) ไปอยู่เกาะช้าง
ส่งน้องปอยไปขอนแก่น
เราเลือกใช้บริการของการบินไทยค่ะ เพราะสะดวก และมีบริการไปหลายจังหวัด และมีห้องแยกต่างหากระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสัมภาระ ในห้องมีการปรับความดันเหมือนกับห้องผู้โดยสาร มีเปิดแอร์ให้ อุณหภูมิไม่เย็นเท่าห้องผู้โดยสารแต่ก็ไม่ร้อนค่ะ
สถานที่ส่ง
สามารถส่งได้ทั้งที่ดอนเมืองและสุวรรณภูมิ
โดยแต่ละที่มีบริการรับส่งสัตว์จังหวัดต่อไปนี้
- สุววรณภูมิ : เชียงใหม่, เชียงราย, ภูเก็ต, กระบี่, เกาะสมุย
- ดอนเมือง : ขอนแก่น, พิษณุโลก, อุบลราชธานี, สุราฎร์ธานี, อุดรธานี, หาดใหญ่
เที่ยวบินไปกลับ : เชียงใหม่, เชียงราย, ภูเก็ต, กระบี่
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ
Contact Center :
Thai Cago (สุวรรณภูมิ) : 0-2137-4000
คลังสินค้าในประเทศ (ดอนเมือง) : 0-2535-6258, 0-2535-2078
การเตรียมตัว
1. เอกสาร ไม่ต้องใช้อะไรค่ะ นอกจากบัตรประชาชนของผู้ส่ง
2. สอบถามชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน และเบอร์โทรของผู้รับปลายทางมาด้วยค่ะ
เพราะต้องใช้กรอกในเอกสาร และผู้รับจะต้องนำบัตรประชาชนไปแสดงเมื่อขอรับแมวจากสนามบินปลายทาง
(ระวังการเขียนชื่อตรวจสอบให้ดีนะคะ ถ้าสะกดผิด เวลาที่คนรับไปรับแล้วชื่อไม่ตรงกันจะรับไม่ได้ค่ะ)
สำหรับสัตว์เลี้ยง
1. ถ้ามีใบรับรองจากสัตวแพทย์ก็ดี แต่ไม่มีก็ไม่มีปัญหาค่ะ
2. ต้องมีการ Packing ในกรงที่แข็งแรง มีถาดรองกันน้องแมวฉี่
หรืออยู่ใน box carrier ที่ป้องกันไม่ให้ของเหลวรั่วซึมออกมาได้
สามารถเช็คเที่ยวบินได้ที่นี่เลยค่ะ
http://www.thaicargo.com/th/services/services_special_cargo.asp
- คลิกตรง FLIGHT SCHEDULE SEARCH
- ใส่สถานที่ต้นทาง และปลายทาง วันที่ที่จะเดินทาง แล้วกด Submit
- จะได้ชื่อ Flight และเวลามาค่ะ
หรือ
http://www.thaiairways.co.th/
- เลือกตารางเที่ยวบิน
- เลือกเมืองต้นทางและปลายทาง
- ติ๊กในช่องบินเที่ยวเดียว ใส่วันที่ที่จะเดินทาง
- กดตรวจสอบ
ขั้นตอน : ไปที่แผนกคาร์โก้ในประเทศ (คลังสินค้าในประเทศ)
1. เช็คเที่ยวบินที่ต้องการจะส่งให้แน่นอน
2. ไปถึงก่อนเวลาเครื่องออก 2 ชม.
3. นำน้องแมวไปชั่งน้ำหนักค่ะ จะมีการคิดค่าระวางตามน้ำหนัก
โดยจะชั่งพร้อมกันทั้งแมวทั้งกรง ค่าระวางตกราวๆ 30 บ. ค่ะ
(เป็นราคาประมาณ มากน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับระยะทางค่ะ)
4. สัตว์เลี้ยงจะถูกโหลดเข้าใต้เครื่องโดยสิ่งมีชีวิตจะแยกอยู่คนละห้องกับห้องสัมภาระ
ซึ่งที่ห้องที่สัตว์เลี้ยงอยู่ จะอุณหภูมิคงที่ และเย็นกว่าห้องสัมภาระ
คือ อุณหภูมิจะเหมาะสม และ ไม่ร้อนค่ะ
ค่าส่งของการบินไทยขะคิดราคาตามน้ำหนักค่ะ ของน้องปอยเสียไป 186 บ. เป็นค่าระวาง 166 บ. ค่าธรรมเนียม 20 บ.

เตรียมตัวพร้อมเดินทาง เอากระดาษกรุรอบกรงด้วย จะได้ไม่โล่งเกินไป

กลัวหรือเปล่าลูก

ให้พี่มู่ทู่ไปเป็นเพื่อนนะ

ถึงคาร์โก้แล้ว แค่นั่งรถน้องปอยก็กลัวแล้ว ซุกพี่มู่ทู่ใหญ่เลย

โผล่หน้ามาดูซิลูก ไม่มีอะไรน่ากลัวสักหน่อย

ระหว่างรอชั่งน้ำหนัก ปอยรื้อกรงซะกระจุยเลย

มันน่ามั้ย หม่ามี๊ปูผ้าให้ดีๆ รื้อซะเละเลย

เป็นเด็กดีนะลูก
ส่งแก้งเด็กดำและลุงวี่ไปเกาะช้าง
เนื่องจากการบินไทยไม่มีบริการไปที่ จ.ตราด หม่ามี๊เลยใช้บริการของสายการบินบางกอกแอร์เวย์
ขั้นตอนการส่งเหมือนกับของการบินไทย เอกสารที่ใช้ก็เพียงแค่บัตรประชาชนใบเดียวเช่นกัน
สถานที่ส่ง : คลังสินค้าสุวรรณภูมิ Cago ของบางกอกแอร์เวย์อยู่ข้างๆ กับของการบินไทยเลยค่ะ
เช็คตารางการบินได้ที่เว็บนี้นะคะ http://www.bangkokair.com
- ให้ไปล่วงหน้าก่อนเครื่องออก 1 ชั่วโมงครึ่งค่ะ
- ค่าขนส่งของบางกอกแอร์เวย์จะราคาสูงกกว่าของการบินไทยค่ะ คิดราคาขั้นต่ำ 300 บ. คิดตามน้ำหนักเช่นเดียวกัน
- ที่เก็บสิ่งมีชีวิตอยู่ในห้องเดียวกับสัมภาระ หากสัมภาระเยอะก็จะไม่สามารถส่งได้ค่ะ
- มีการเปิดแอร์ให้ในห้องสัมภาระหากมีการขนส่งสิ่งมีชีวิต
แล้วไอ้เพราะห้องรวมกับสัมภาระเนี่ย ทำให้อิฉันต้องวิ่งไปสุวรรณภูมิถึง 3 รอบ
วันแรก :
จัดเตรียมแพคแมวทั้ง 3 เข้ากรง มิดไนท์กับจูเนียร์ (สาเก) อยู่กรงเดียวกัน ลุงวี่อยู่กรงใหญ่แยกต่างหาก
เช็คไฟลท์เรียบร้อย เครื่องออก 14.45 น.
13.00 น. ไปถึงที่คาโก้ราวๆ พอส่งแมวเรียบร้อยก็กลับบ้าน
15.00 น. จนท. บางกอกแอร์เวย์โทรมาบอกให้ไปรับลุงวี่กลับ เพราะสัมภาระเยอะ เครื่องเต็ม เลยส่งลุงวี่ไปไม่ได้ ป๊าด...อะไรฟะมีงี้ด้วย
วันที่ 2 :
ต้องตื่นตั้งแต่ไก่โห่เพื่อไปสุวรรณภูมิให้ทันส่งลุงวี่ขึ้นเครื่องเที่ยวบินแรก จนท.ให้ไปถึง 7.30 น. -*-
สรุปไปสุวรรณภูมิ 3 รอบ เพื่อส่งแมว 3 ตัว เฉลี่ยรอบละตัวเลยนะคุณมรึ๊ง ![]()
นี่ถ้าวันที่ 2 นี่เครื่องเจือกเต็มอีก ตรูก็ต้องไปรับลูกกลับมาแล้วไปส่งใหม่อีกเรอะ เวรจริงๆ -*-

กรงใหญ่กว่าน้องปอยเพราะอยู่กัน 2 ตัว
กรงเท่านี้โดนไป 500 -*-

ตื่นเต้นกันใหญ่เลย

เกาะขอบกรงดู

พี่ๆ แม่เค้าจะพาเราไปไหนน่ะ

ไปขึ้นรถกันได้แล้วเนอะ
ช่วงอยู่บ้านไม่ได้ถ่ายรูปลุงวี่เลย ยุ่งๆ ตลอด -*-

มาถึงแล้ว เริ่มด้วยลุงวี่ชั่งน้ำหนักและวัดขนาดกรง

จะวัดทำไมฟระ แล้วก็เรียกช้านไปรับกลับ

2 ดำ ยืนรอชั่งน้ำหนัก

ยืนมอง

เค้าหิ้วน้องป๋มไปแล้ว

ตาลุงก็ยังยืนมอง
เหมือนจะรู้เลยว่าวันเน้กรูไม่ได้ขึ้นเครื่องร๊อก -*-
ของลุงวี่วันรุ่งขึ้นเปลี่ยนจากกรงใหญ่เป็น Box Carrier ขนาดย่อมๆ (แม่มันกลัวเค้าบอกให้ไปรับกลับอีก -*-)
ค่าส่งของลุงวี่ 451 บ. กรงเล็ก แต่ลุงตัวหนัก - -"
ส่วนกรงใหญ่ พับแล้วส่งไปพร้อมลุงวี่ เพื่อเอาไปให้แม่จั๊ดใช้
เด็กๆ ทุกตัวไปถึงบ้านใหม่โดยปลอดภัยค่ะ โดยแม่ใหม่ไปรอรับอยู่ที่สนามบิน
ตอนนี้ลูกๆ ย้ายบ้านกันไปเกือบๆ 2 อาทิตย์แล้ว เด็กๆ ปรับตัวเข้ากับบ้านใหม่กันได้ดีค่ะ
ณ เกาะช้าง

นอนสบายกันเชียวนะ

อ๊ะ..ไอ้ตัวเล็ก แกคิดว่าตาลุงเป็นแม่แกรึไง
ณ ขอนแก่น

แม่นุซื้อกระดิ่งอันใหม่ให้หนูด้วย

ชอบเล่นทราย แม่มันต้องคอยกวาด

เป็นลูกคนเดียวไม่มีใครให้นอนกอด นอนกอดพี่มู่ทู่ละกัน
กรงไม่ได้ปิดประตูนะคะ ใช้เป็นที่นอน พอถึงเวลานอนเค้าจะเข้าไปนอนเอง
น้องนุเล่าให้ฟังว่า บางทีเห็นน้องปอยดูดนมพี่มู่มู่ด้วยค่ะ
แม่จั๊ด แม่นุ ส่งรูปเด็กๆ มาให้พี่บ่อยๆ นะคะ
คิดถึงนะจ๊ะ จุ๊บๆ